Tuesday, July 14, 2015

7 พฤติกรรมกินยอดแย่ พาแก่เร็ว

สุขภาพ จะดีหรือไม่อยู่ที่ “ปาก” ของเราเป็นหลัก ด้วยการกินนี่เองที่ทำให้เกิดปาฏิหาริย์รักษาโรคได้หรือทำให้เจ็บป่วยได้ก็ มาจากการกินเหมือนกัน กินดีได้ดี กินร้ายได้ร้าย ซึ่งการกินที่ควรเลี่ยงให้น้อยที่สุดหรือปลอดไปเลยมีอยู่ 7 ประการดังนี้

1. กินหวาน ไม่ ได้หมายถึงห้ามเด็ดขาดเลยครับเพียงแค่ขอให้ “อ่อนหวาน” ลงเพื่อจะได้คงสุขภาพที่ดีไว้นานๆ ทั้งอาหาร ของหวานและเครื่องดื่มครับ แค่นี้รอบพุงก็ไม่เกิดอาการ “ปลิ้น” แล้ว

2. กินไม่เคี้ยว สังคมยุคใหม่ต้องรีบกินจึงทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมาจากอาหารที่ “เคี้ยวน้อย” ขอให้ท่านที่รักยอมเสียเวลาสักนิด ตั้งใจเคี้ยวสักคำละ 10 ครั้งจนติดเป็นนิสัยจะทำให้ได้สุขภาพดีทั้งสมองและทางเดินอาหาร

3. กินดึก การรับประทานมากกว่า 3 มื้อหรือเพิ่มมื้อพิเศษยามราตรีเข้ามาจะพาให้สุขภาพ แย่ลงเร็วครับ เพราะร่างกายถูกดีไซน์มาให้พักผ่อนตอนกลางคืน คนที่กินดึกจะเสี่ยงต่อโรคอ้วน นอนไม่หลับ กรดไหลย้อนและอีกมาก การกินดึกจึงเป็นบ่อนทำลายสุขภาพอย่างเร็วยิ่งทางหนึ่ง

4. กินแล้วนิ่ง กินแล้วไม่ขยับเข้าสู่ภาวะจำศีลหรือนั่งแปะอยู่แต่กับเก้าอี้ทำงานหลังอาหารมื้อใหญ่ล้วนเป็นภัยต่อสุขภาพ อย่างร้ายแรงครับ โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจจะถามหา ขอให้หาทางออกกำลังกายหรือขยับตัวบ้างสร้างให้ติดเป็นนิสัยจะดีที่สุด

5. กินอิ่มแล้วอิ่มอีก การรับประทานอาหารด้วยความ “อยาก” มากกว่า “หิว” หรือการกินบุฟเฟ่ต์ที่ต้องพยายามกินทรมานมากกว่าอร่อยบ่อยๆ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  Bo Bo Me St To Cu J Ke To Bo Sa Ji Fu Mi Mi Vi Pa He Ja Ma Ka Ba Ba Ba Ba Ba Le Mi To Bp Cu St Ja Ch Li Ve Sa To An Su Fr Tr Ne To Sh Ke Ke L Da Va Da Sa La Cr Ta Le Ma Ma Sa Sa Vi Po He Ip Vi To L Fr Ch Te Ze Ji Re To Ma Go Ro Ka An   โดยรวม นอกจากทำให้ร่างกายติดนิสัยการกินดุแล้วยังทำให้ได้รับแคลอรีเกินความต้องการต่อวันอย่างน่าตกใจ

6. กินซ้ำ วิถีชีวิตคนทำงานมักเกิดอาการกินซ้ำได้บ่อยครับ เป็นมนุษย์กะเพราไก่ มนุษย์ข้าวไข่เจียวหรือมนุษย์บะหมี่ซอง กินเข้าไปก็ยิ่งไปซ้ำเติมสุขภาพให้ได้รับแต่สารอาหารซ้ำๆ ลองนึกดูว่าถ้ามีพิษก็จะได้พิษสะสมซ้ำๆ เช่นกัน

7. ปรุงก่อนกิน ท่านที่ชอบเติม เปรี้ยว เค็ม หวานฯลฯ เกิดอาการ “ติดปรุง” ขอให้ค่อยๆ เปลี่ยนดีกว่าครับ เพราะวันหนึ่งคนเราไม่ควรได้น้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา ส่วนน้ำปลานั้นก็ไม่น่าเกิน 3 ช้อนชาครับ ทั้งนี้คือรวมทั้งที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ แล้วด้วย ดังนั้นจะเห็นว่ายิ่งปรุงเพิ่มยิ่งเสี่ยง

ทั้ง 7 ประการเป็นการกินที่ควรมีให้น้อยที่สุดหรือถ้าเลี่ยงได้ยิ่งดี เพราะอวัยวะในตัวเราหลายอย่างถ้าเสียไปเพราะการกินแล้ว “ซ่อมไม่ได้” และ “ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน” อย่างสมอง กระเพาะอาหาร ตับหรือไตครับที่ใช้ของใครก็ไม่เหมือนของตัวเอง

อาหารบำรุงสุขภาพสำหรับสาวๆ    

ปัจจุบันสภาพสังคมในการดำเนินชีวิตที่มีการแข่งขันสูง สาวเวิร์คกิ้งเกิร์ลทั้งหลายที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาหามรุ่งหามค่ำเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน และเป็นหลักประกันความมั่นคงของชีวิต ทำให้มักละเลยการดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพของตัวเอง หลายคนโหมงานหนักจนลืมรับประทานอาหาร หรือรับประทานแบบเร่งรีบไม่ทันได้คิด โดยไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับเลย

ต่อไปนี้เป็นรายการอาหารที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพและเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายเพื่อให้มีพลังในการทำงาน อย่างเต็มที่ค่ะ


1. คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หากคุณ รู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการขาดธาตุเหล็ก ควรบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจำพวก ขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้อง พาสต้า ผักใบเขียว ถั่ว และผลไม้จำพวกส้ม แตงโม เบอร์รี่ เพราะอาหารเหล่านี้นอกจากจะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายแล้วยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วยค่ะ

2. งดคาเฟอีน ถ้าอยากหลับสนิทแล้วละก็ควรงดดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม และช็อกโกแลตร้อนในช่วงบ่ายนะคะ เพราะในเครื่องดื่มเหล่านั้นจะมีสารคาเฟอีนที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้ร่างกายตื่นตัวและนอนไม่หลับได้ ทางที่ดีควรเปลี่ยนมารับประทานกล้วย มันฝรั่งต้ม หรือนมสดอุ่นๆ แทนการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลมจะดีกว่าค่ะ เพื่อให้คุณหลับง่ายและหลับได้สนิทสบายขึ้นอีกด้วยค่ะ

3. เส้นใยอาหาร เมื่อคุณมีอาการท้องผูกควรดื่มเปล่ามากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว และรับประทานอาหารที่มีเส้นใยเยอะๆ เช่น ผักและผลไม้จำพวกส้ม มะละกอ ลูกพรุน หรือ สาหร่าย เมล็ดแมงลัก และน้ำผึ้ง เป็นต้น

4. โอเมก้า-3 หากคุณมีอาการปวดศีรษะไมเกรนบ่อยๆ ควรบริโภคเนื้อปลา ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาทูน่า หรือปลาอินทรีย์ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการไมเกรนได้ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวน์แดง ชา กาแฟ ของดอง ผงชูรส และอาหารที่มีสารไทรามีน เช่น นม เนย ช็อกโกแลต กล้วยหอม ผลไม้ตระกูลส้ม เป็นต้น

5. ธาตุสังกะสี หากคุณมีอาการแปรปรวนในช่วงมีประจำเดือน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้องเนื่องจากการเกร็งตัวของมดลูกก่อนมีประจำเดือน มีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ขี้โมโห และความผิดปกติทางร่างกาย เช่น เจ็บตึงทรวงอก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นสิว หรือท้องอืด  Br Ba El Ju Ju Ca Fe Ar He Ba Ka Ca Ni He El Op Mi Ra Do To Hi Re Ma Mi Li Ha Mo Ma Vi Po Bu Ma Ra Th Pa Ra Bo Ca Ka Ca Ca Sh Mi He Gi Co Ca Mi So Mi Ka Ma Ma Sa Ma Sa Ma Al Bu Mi Br So Ch So Vi Lp Lo Ma Da Ja Tu  คุณสามารถแก้อาการเหล่านี้ได้ด้วยการบริโภคอาหารที่มีธาตุสังกะสี เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ อย่างเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ ตับ นม อาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรม ข้าวกล้อง ผักใบเขียว ผลไม้อย่างแอปเปิ้ล สัปปะรด เพื่อช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ค่ะ

นอกจากนี้ สำหรับสาวๆ ที่มักจะมีอาการท้องอืดอยู่เป็นประจำ ควรบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 6 เช่น เครื่องในสัตว์ ข้าวกล้อง ถั่วชนิดต่างๆ เมล็ดธัญพืช ไข่แดง นม ผักใบเขียว กล้วย เป็นต้น รวมทั้งบริโภควิตามินเอ เช่น บรอคโคลี่ แครอท มะม่วงสุก มะละกอสุก เพื่อรักษาสภาพผิวให้ดูดียิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

No comments:

Post a Comment