เวลาไปเดินตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในเมืองไทย หมอจะสังเกตเห็นร้านสองประเภทกระจายตัวอยู่แทบทุกชั้นทุกมุมของห้าง หนึ่งคือร้านขายกาแฟ สองคือร้านขายชานมไข่มุก จนชวนให้คิดว่า คนไทยเรานี่ขี้เซาน่าดู ต้องปลุกตัวเองด้วยคาเฟอีนและน้ำตาลกันตลอดเวลาทุกเพศทุกวัย
การบุกตลาดของชานมไข่มุกในเมืองไทยมีมาหลายปีแล้ว สูตรต่างๆ รูปแบบแก้วและแบรนด์ที่ขายดีเปลี่ยนไปบ้างในแต่ละปี แต่ส่วนประกอบหลักคือ ชา ครีมเทียม น้ำตาล และไข่มุก ไม่เปลี่ยนแปลง การที่ชานมไข่มุกฮ็อทฮิตมากนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์อธิบายได้ด้วย เพราะชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ซึ่งสมองของคนเรานั้น หากถูกอาหารใดกระตุ้นด้วยความหวาน ความมัน หรือ ความเค็ม สมองจะชอบใจในอาหารนั้นๆ และเข้าใจไปว่าอาหารนั้นอร่อย อยากจะหามารับประทานบ่อยๆ ยิ่งถ้ามีคาเฟอีนจากชาผสมอยู่ด้วย ก็จะยิ่งทำให้สมองติดใจได้ง่ายขึ้นไปอีก
นอกจากความหวาน ความมัน และคาเฟอีนในชานมไข่มุกที่เล่นกลหลอกให้สมองเราติดใจแล้ว การนำเสนอที่ชวนให้เราคิดว่า ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ก็ยิ่งเป็นการสับขาหลอกให้คนที่อยากลดน้ำหนักเลือกรับประทาน หลายคนเลือกที่จะดื่มชานมไข่มุกแทนอาหาร เพราะคิดว่าจะช่วยลดน้ำหนัก แต่แท้จริงแล้ว รับประทานเกาเหลาไปทั้งชามยังอ้วนน้อยกว่าเสียอีก!
แคลอรี่ในชานมไข่มุกแต่ละแก้วนั้นต่างกันไป หลากหลายตั้งแต่ 200 ไปจนถึง 400 กิโลแคลอรี่ ที่เด็ดคือปริมาณน้ำตาลซึ่งหนักข้อตั้งแต่ 8 ไปจนถึง 11 ช้อนชาต่อแก้ว (โดยทั่วไป ในหนึ่งวัน เราไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกินกว่า 6 ช้อนชาในผู้หญิง และ 9 ช้อนชาในผู้ชาย) Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pa
Pe
Po
Po
Po
Po
Po
Pr
Pr
Pr
Pr
Pu
Ra
Ra
Ra
Ra
Ra
Ra
Ra
Re
Re
Re
Re
Re
Re
Re
Re
Re
Re
Re
Ri
Ro
Ru
Ru
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa ปริมาณไขมันอิ่มตัวจากนมที่ใส่ร่วมไปก็ไม่น้อย หลายสูตรใส่เป็นครีมเทียมซึ่งมีไขมันทรานส์ ไขมันทรานส์เป็นไขมันที่อันตรายต่อสุขภาพยิ่งกว่าไขมันใดๆ เพราะนอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจแล้ว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งอีกด้วย
สำหรับตัวไข่มุกนั้น จริงๆควรเรียกว่า แป้งเม็ด มากกว่า เพราะทำจากมันสำปะหลังต้มกับน้ำตาล แคลอรี่ต่างกันไปตามแต่ละสูตรตั้งแต่ 2 - 4 กิโลแคลอรี่ต่อเม็ด ไม่มีคุณค่าสารอาหารเช่น วิตามิน แร่ธาตุ หรือสารต้านอนุมูลอิสระใดๆ
สรุปแล้วเมื่อคุณเสียเงินไปหลาย 10 บาทเพื่อซื้อชานมไข่มุกหนึ่งแก้วนั้น สิ่งที่ได้รับคือ พลังงานที่เกือบจะเทียบเท่าข้าวหนึ่งจาน น้ำตาลที่เกินเกณฑ์กำหนดต่อหนึ่งวัน ไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ คาร์โบไฮเดรต และคาเฟอีน ทั้งหมดเป็นสูตรสำเร็จซึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์ 3 ประการคือ อ้วน แก่ และเสพติด!!
ยืดเส้นยืดสายได้ไม่จำกัดสถานที่
การออกกำลัง ในพจนานุกรมราชบัณฑิต หมายความว่า เป็นการบริหารร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังคือออกแรงทำงานต่างๆ ก็เรียกว่าออกกำลัง ในความรู้สึกของชาวบ้านทั่วไป คำว่าออกกำลัง หมายถึงการออกแรงทำงานในอาชีพ ทำไร่ไถนา ทำสวน ไปจนถึงการออกกำลังที่เป็นแบบแผน เช่นการเดินวิ่ง การวิ่งเดิน การออกกำลังก็เหมือนกับการสร้างความแข็งแรง สร้างความอดทนให้กับร่างกาย
แต่ถ้าเราออกกำลังกายมากเกินไปหรือออกกำลังแบบเน้นให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากเกินไป เราก็ต้องสร้างสมดุลโดยการเพิ่มความอ่อน เช่น บางคนมีอาการปวดหลัง ซึ่งอาจไม่ใช่ปัญหากระดูกทับเส้นประสาทแต่มาจากกล้ามเนื้อหลังตึงมากเกินไปจนเกิดอาการเจ็บถ้าได้ปรับสมดุลกล้ามเนื้อ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อมากขึ้น อาการปวดหลังก็จะคลาย นี่คือเรื่องของ "การยืดเส้น ยืดสาย"
การออกกำลังกายแบบยืดเส้นยืดสาย หรือบางที่เรียกว่า "ยืดเหยียด" มิได้หมายความว่าการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวเท่านั้นอันที่จริงการฝึกยืดเส้น ยืดสายจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมีความทนทาน และมีความอ่อน คลายตัวของกล้ามเนื้อด้วย
ข้อพิสูจน์นี้ไม่สามารถพูดให้ท่านเชื่อได้นอกจากท่านทดลองปฏิบัติดู
การยืดเส้นยืดสายมี 2 แบบ
1. แบบให้คนอื่นทำให้ (passive) คือ เช่น การไปนวด กดจุด การนวดก็ได้ผลในบางจุดและเหมาะกับคนขี้เมื่อย และใช้ได้ดีกับกรณีคนที่เป็นอัมพาต อัมพฤก ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง
2. แบบทำด้วยตัวเอง (active) คือ การฝึกท่าทางต่างๆ เช่น ไทเก็ก ชี่กง โยคะหรือการออกกำลังกายแบบป้าบุญมีก็ได้ หรือฝึกจากท่าตามตัวอย่างข้างล่างนี้
หลักการการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ มีดังนี้
1. ฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ เพราะกล้ามเนื้อในร่างกายของเรามีเป็นร้อยๆมัด ถ้าจะฝึกทั้งหมดคงไม่ไหว วันหนึ่งซักฝึก 8-10 ท่า แต่ถ้าทำไม่หมด ทำได้เท่าไหร่ก็ทำไปดีกว่าไม่ทำเพราะฝึกครั้งเดียวได้ผล 40%แล้ว
2. การยืดเส้นยืดสาย ควรยืดเหยียดแบบค้างไว้ประมาณ 30-40 วินาที ในแต่ละท่า แล้วทำซ้ำๆจะเกิดประโยชน์ (อย่างน้อยทำซ้ำ 4 ครั้ง)
3.ในการยืดเส้นยืดสายควรทำอาทิตย์ละ 3 วัน อย่างน้อยที่สุด 2 วัน ทุกวันได้ยิ่งดี หรือใน 1 วันอาจทำหลายครั้งก็ได้ เพราะบางครั้งที่ท่านอยู่ในท่าเดิมนานๆ ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย ดังนั้นทำได้เท่าไหร่ก็ทำเท่าที่มีเวลาเอื้ออำนวย ยิ่งบ่อยยิ่งดี
4.เวลาที่ใช้ในการยืดเส้นยืดสายในวันหนึ่ง ถ้าเป็นชุด ประมาณ 15-30 นาที ถ้าไม่มีเวลา 5 นาทีก็พอ
5.ในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเอาแค่รู้สึกว่าตึงๆ พอทนได้ ไม่ต้องเจ็บ ถ้าเจ็บแปร๊บแสดงว่าเหยียดมากเกินไป ทำหนักเกินไปในวิถีชีวิตประจำวันหากท่านดำเนินกิจกรรมไม่รุนแรงหรือหนักเกินไปร่างกายของท่านก็ไม่มีปัญหา Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Sa
Se
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Sh
Si
Si
Si
Sj
Sk
Sk
Sk
Sk
Sm
So
So
So
So
So
So
So
So
So
So
So
So
So
So
So
So
So
Sp
Sp
Sp
Sp
Sp
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St แต่หากท่านนั่งอยู่ในรถนานๆ นั่งทำงานที่โต๊ะทั้งวันไม่ได้เคลื่อนไหวออกกำลังหรือยืนทำงานในท่าเดิมๆทั้งวัน สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า ปวดหลัง ปวดศรีษะ ฯลฯ
การยืดเส้น ยืดสายจะเป็นการออกกำลังกายที่ท่านสามารถช่วยปรับปรุงร่างกายของท่านให้แข็งแรง และช่วยลดอาการเจ็บปวดต่างได้ซึ่งการยืดเส้นยืดสายเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องพึ่งสถานที่ เวลา หรือชุดแต่งกายใดๆเหมาะกับทุกวัยลองให้เวลากับการยืดเส้นยืดสายดูครับ
No comments:
Post a Comment