ลำใส้เป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมากๆ เวลาที่เราทานอาหารเข้าไป ไหนจะรสชาติ เผ็ด เข็ม เปรี้ยว หวาน มัน โอ๊ยเยอะค่ะจริงๆ ไอ้พวกรสชาติเหล่านี้ก็ทำร้ายลำใส้เราไปละเพราะฉะนั้นเวลาจะทานอะไรลงไปนั้นระวังมันทำร้ายลำใส้ขอเราทีละนิดทีละนิดนะค่ะ แต่ไม่ใช่มีเท่านี้หรอกนะค่ะที่เป็น ตัวการเสี่ยงทำร้ายลำใส้ ของเรา รู้หรือไม่ค่ะว่าโยเกิร์ตก็เป็นอีกหนึ่งตัวการเสี่ยงทำร้ายลำใส้ของเราได้เหมือนกัน สำหรับใครที่ชอบทานโยเกิร์ตหรือทานที่ละเยอะๆ วันนี้ต้องฟังแล้วแหละค่ะ ว่าจริงๆ แล้วโยเกิร์ตนั้นเป็นตัวการเสี่ยงทำร้ายลำใส้จริงหรือไม่ แล้วอะไรในโยเกิร์ตที่เป็นตัวการเสี่ยงทำร้ายลำใส้ วันนี้เราจะได้รู้พร้อมๆ กันแล้วค่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้เราไปดูรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับโยเกิร์ตที่มีสรพพคุณตัวการเสี่ยงทำร้ายลำใส้กันเลยดีกว่านะค่ะว่าจริงเท็จแค่ไหน
ตัวการเสี่ยงทำร้ายลำใส้
จริงหรือไม่ กินโยเกิร์ตเป็น "ตัวการเสี่ยงทำร้ายลำใส้"
เคยมีคนบอกมาเหมือนกันว่า ให้ทำโยเกิร์ต สูตรน้ำผึ้งผสมมะนาว เพราะทานแล้วช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น แต่ก็ต้องมาเหยียบเบรกเอี๊ยดอ๊าดกันก็คราวนี้ โดยคุณหมอ บรรจบได้บอกเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยไว้ว่า
1. ความหวานจากน้ำผึ้งที่ใส่เข้าไป
แคลอรี่ความหวานจากน้ำผึ้งก็คือแคลอรี่จากน้ำตาล การทานน้ำผึ้งไม่ได้ปลอดภัยกว่าการทานน้ำตาล ความหวานของน้ำผึ้งสามารถเปลี่ยนให้โปรตีนจับตัวเป็นก้อน ขนาดแบคทีเรียในโปรตีนยังตายเมื่อเจอกับน้ำผึ้ง คนโบราณจึงมักใช้น้ำผึ้งทาแผลเปื่อยเพื่อฆ่าเชื้อโรค แต่ผลข้างเคียงก็คือทำให้เนื้อเยื่อบริเวณแผลเปลี่ยนสีและแปรรูปกลายเป็นแผลเป็น ส่วนคนจีนโบราณเค้าจะใช้น้ำผึ้งในการดองศพ ลองนึกดูนะว่า น้ำผึ้งเข้มข้นสามารถดองเนื้อเยื่อได้ถึงขนาดนั้น โอ้ว แล้วกระเพาะและลำไส้เราจะเป็นอย่างไร
2. โยเกิร์ต
เป็นสิ่งบริโภคที่ไม่เหมาะกับคนเอเชีย เพราะโยเกิร์ตคือผลผลิตของนมวัว ซึ่งคนเอเชียร้อยละ 50 -80 แพ้โปรตีนในนม สามารถทำให้เด็กแรกเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ได้ ถึงแม้ว่าการทานโยเกิร์ตจะทำให้ถ่ายท้องได้คล่องก็จริงอยู่ แต่ผลข้างเคียงที่ตามมาล่ะ นั่นก็ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาภูมิแพ้ของคนนั้นๆ หากคุณมีอาการแพ้นมวัว โปรตีนนมวัวก็จะทำให้เยื่อบุลำไส้ระคายเคือง เซลล์เยื่อบุเกิดอาการบวมน้ำ จึงปล่อยสารคัดหลั่งออกมา ขับถ่ายเป็นน้ำเหลวๆ ออกไป ถ้าปล่อยให้ระคายเคืองซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น ก็จะทำให้ภูมิต้านทานคุณปรวนแปร จากแค่อาการแพ้ธรรมดาๆ ก็สามารถพัฒนาการเป็นลมพิษ ผื่นคัน ไปจนถึงหอบหืด และร้ายแรงที่สุกก็คือ โรคลำไส้เรื้อรังค่ะ
3. ท้องผูกต้องแก้ด้วยไฟเบอร์
ต้องทานอาหารพวกเส้นใยอาหารให้มาก การทานโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้งมะนาวไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด มีเคสตัวอย่างที่น่าสนใจอยู่เคสหนึ่งของคุณหมอบรรจบ เมื่อคนไข้ท่านหนึ่งซึ่งเป็นคนที่ใส่ใจสุขภาพ ทานข้าวกล้อง ทานผัก ทานปลา ตามแบบไทย Mi
Si
St
Ch
Ja
Vi
To
To
Jo
No
Ij
Fi
Zo
Ij
No
Em
Vi
Sp
So
Am
St
Tr
Pa
He
Br
So
Ca
La
Oa
We
So
Ka
Ka
Da
Ka
Mi
Na
Ka
Na
Hi
Lo
Ha
Fe
Tr
Ke
Ij
Ba
To
Qu
Pa
Tu
Lo
Lo
Lo
Mi
Mi
L
Ma
Ka
Ju
Al
To
Ka
Ol
Sa
Al
Ma
Ka
Pa
Ma
Bp
Su
To
Re
Di
Su
Mi
La
จนผลตรวจเลือดของเธอเมื่อ 2 เดือนก่อนที่เธอจะเปลี่ยนวิธีทานนั้นนับได้ว่าเลือดของเธอสวยมาก ไร้ไขมัน สิ่งตกค้างใดใด สะอาดหมดจดจริงๆ แต่เมื่อ 2 เดือนให้หลัง หลังจากที่เธอหันมาทานโยเกิร์ตเพื่อช่วยแก้ปัญหาท้องผูก ปรากฎว่าผลเลือดของเธอมีคราบไขมันที่กำลังจะจับตัวเป็นก้อน รวมกันอยู่เป็นกลุ่มๆ ไขมันในเลือดสูง เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคคลอเรสเตอรอลสูงได้ ลองดูภาพผลเลือดแบบ Dark Field ภาพที่หนึ่งซึ่งเป็นผลเลือดครั้งก่อนของเธอ และภาพที่สอง ซึ่งเป็นผลเลือดหลังจากที่เธอหันมาทานโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้ง มะนาว ดูค่ะ
แนะนำ! บริเวณจุดซ่อนเร้นที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
จุดซ่อนเร้นในร่างกายของคนเรานั้น ถ้าจะให้สังเกตแล้วมีเยอะจริงๆ ค่ะ แต่เราอาจจะไม่รู้ จุดซ่อนเร้นในร่างกายของเราเป็นส่วนที่เราต้องให้ความสำคัญ และดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่สิ่งสกปรกจะสะสมอยู่ได้ง่ายและเยอะที่สุด แต่ยังมีอีกหนึ่งจุดค่ะที่สาวๆ อาจจะยังไม่รู้ว่าตรงนั้นนะที่เราต้องดูแลเป็นพิเศษสุดๆ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ! บริเวณจุดซ่อนเร้นที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ให้สาวๆ ได้รู้กันค่ะ เชื่อนะค่ะว่าในมุมของสาวๆ อาจจะคิดว่าฉัดูแลดีแล้วนะ ทำความสะอาดอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ในจุดที่เราบอกนี้เป็นบริเวณจุดซ่อนเร้นที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษจริงๆ ค่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้เราพาสาวๆ ไปดู บริเวณจุดซ่อนเร้นที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ กันเลยดีกว่านะค่ะว่าจุดซ่อนเร้นที่ว่าคือตรงไหน ใช่จุดเดียวกับที่สาวๆ มั่นใจว่าดูแลดีที่สุดแล้วหรือยัง ไปดูกันเลยค่ะ แต่ไม่ว่าจะมั่นใจอย่างไร ถ้าจุดซ่อนเร้นบริเวณนั้นเป็นจุดที่สาวๆ ควรใส่ใจเป็นพิเศษก็อย่าละเลยนะค่ะ
บริเวณจุดซ่อนเร้นที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
แพทย์เตือนสาวๆที่ชอบใส่เสื้อผ้ารัดรูปมากๆ สาวที่นิยมใส่สเตย์เพื่อรักษารูปร่าง และรวมถึงสาวทำงานที่ต้องใส่ถุงน่องทั้งวัน ว่ามีโอกาสที่จุดซ่อนเร้นจะเกิดความอับชื้น หมักหมมเป็นที่สะสมของเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะหน้าร้อน พ.ญ.ศิริพร ธนินทรานนท์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลเลิดสิน กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อน อากาศร้อนชื้น เหงื่อออกมาก ทั้งเหงื่อและความอับชื้นที่เพิ่มมากขึ้นจากการที่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ทำให้เกิดการหมักหมม สร้างปัญหา ให้กับบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะปกติบริเวณจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงจะมีความชื้นที่เกิดจากเหงื่อและตกขาวที่ออกมาจาช่องคลอดอยู่แล้ว ปัญหาที่พบบ่อยมากคือ เชื้อราบริเวณช่องคลอดและปากช่องคลอด ทำให้เกิดอาการตกขาว แสบร้อนและคันในบริเวณดังกล่าว เมื่อมีอาการตกขาวมากจะทำให้มีอาการระคายเคืองบริเวณปากช่องคลอด ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อซ้ำเติมจากแบคทีเรียได้ ในหน้าร้อนจึงควรสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาที่ใส่สบาย ไม่คับหรือหนาจนเกินไป เพื่อช่วยในการระบายอากาศ พร้อมกับดูแลทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นด้วยการใช้น้ำสะอาดกับสบู่อย่างอ่อนหรือสบู่เหลวอนามัยเฉพาะที่ร่วมด้วย เป็นต้น และซับให้แห้งเสมอ อย่างไรก็ตามควรใช้เฉพาะภายนอกเท่านั้น สำหรับน้ำยาอนามัยที่ใช้สวนล้างเข้าไปภายใน ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากจะไปทำลายเชื้อแบคทีเรียปกติที่อยู่ในมดลูก ทำให้เสียสภาพสมดุลของช่องคลอด อาจเป็นเหตุให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง เกิดเป็นภาวะมดลูกและปีกมดลูกอักเสบได้
เชื่อหรือไม่ช็อกโกแลตชมๆ "กินแล้วมีดีต่อสุขภาพ"
สรรพคุณของช็อกโกแลตที่เราได้ยินมา กินแล้วอ้วน กินแล้วสิวขึ้น โอ้ย แค่สองข้องนี้ก็มากเกินพอแล้วหล่ะค่ะที่จะให้เราเลิกทานช็อกโกแลต แต่เดียวก่อนค่ะ ในความหมายที่ชัดเจน มันยังมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้นอีก เชื่อหรือไม่ช็อกโกแลตขมๆ "กินแล้วมีดีต่อสุขภาพ" ได้นะค่ะ หั่นแนะ กำลัง งง อยู่หล่ะสิค่ะว่าตกลงแล้วช็อกโกแลตนั้นให้คุณหรือโทษ Br
Ho
La
Pi
La
Su
Bo
Ha
Va
Ca
Bo
Bo
Es
He
St
Ga
Vi
Ma
La
Ke
La
El
Di
Ka
Da
Ba
Ma
Ba
Ma
Bp
Va
Ar
Ja
Cu
Mi
Cu
An
Ve
Tu
Ka
Fr
Ma
Tr
Tw
So
So
Ur
Ar
Al
Ma
Re
El
Bl
Da
Al
Wi
Da
Da
Mo
Da
Do
Ka
Sa
Cr
No
Jo
Jo
Ka
To
Sk
Do
Ho ก็อย่างที่เคยได้บอกไปว่าในเมื่อสิ่งหนึ่งมีผลที่ร้าย ถ้าเรามองย้อนแล้วก็จะรู้ว่าอีกด้านที่ดีก็มีเหมือนกัน เพืยงแค่อาจจะซ่อนอยู่ลึกเกินไป หรือไม่ก็พอเราเห็นว่ามันไม่ดี เราก็จะถอยห่าง จนลืมนึกไปแล้วว่าถ้าเราลองศึกษาดีๆ มันก็น่าจะมีประโยชน์บ้างหล่ะน๊า ถ้ามันเลวร้ายจิงเขาจะผลิตมาขาทำม๊ายย... แล้ววันนี้เราก็ได้ค้นพบแล้วว่าช็อกโกแลตชมๆ "กินแล้วมีดีต่อสุขภาพ" จริงๆ แต่ยังมีอีกหลายๆ คนที่ไม่เชื่อ อะงั้นเราไปดูข้อมูลกันให้ละเอียดเลยดีว่านะค่ะว่าจริงๆ แล้วนั้น ช็อกโกแลตขมๆ "กินแล้วมีดีต่อสุขภาพ" จริงหรือไม่
กินแล้วมีดีต่อสุขภาพ
ช็อกโกแลตชมๆ "กินแล้วมีดีต่อสุขภาพ"
นักวิจัยชาวสเปนแจ้งว่า การกินดาร์กช็อกโกแลตเป็นผลดีต่อสุขภาพ จนอาจกลายมาเป็นยารักษาโรคตับแข็ง อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตได้ เพราะเมื่อดูจากผลการทดลองโดยให้ผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะสุดท้ายรับประทาน “ดาร์กช็อกโกแลต” เป็นประจำหลังอาหารก็พบว่า หลอดเลือดที่เสื่อมสภาพในเซลล์ตับถูกฟื้นฟูและขยายตัวขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะในผลโกโก้ที่นำมาผลิตช็อกโกแลตนั้น มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด จึงสามารถช่วยทำความ สะอาดและขยายหลอดเลือดนั่นเอง
No comments:
Post a Comment