ปวดหัวเป็นอีกหนึ่งอาการที่คนเรามักจะพบเจอบ่อยๆ แล้วเป็นอาการที่ทรมานมากๆ ลองได้เป็นสักทีจะรู้สึกว่าไม่อยากจะเป็นอีกเลยก็ว่าได้ อาการปวดหัวมักเกิดจากความเครียดหรือเวลาที่เราใช้สมองมากๆ แต่เมื่อเป็นแล้วรับรู้ถึงความทรมานแล้ววิธีแก้ปัญหานั้นจะให้มานั่งทานยาตลอดเวลาก็ใช่เรื่องจริงไหมหล่ะค่ะ จริงๆ แล้วมันน่าจะมีวิธีที่ดีกว่าในการ แก้อาการปวดหัว ได้ แต่จะเป็นวิธีไหน หลายๆ คนนก็คิดไม่ออก อะๆ อย่าไปคิดเยอะสิค่ะเดี๋ยวก็ปวดหัวอีกหรอก อิอิ งั้นเราคิดแทนคุณเลยก็แล้วกันนะค่ะว่าวิธีแก้อาการปวดหัวแบบง่ายๆ ก็คือน้ำค่ะ อุ้ยๆ ไม่ได้หมายความว่าจะให้คุณมานั่งทานน้ำทุกครั้งที่ปวดหัวหรอกนะค่ะ บอกแล้วว่ามันมีวิธีของมัน แล้ววันนี้เราก็จะมาบอวิธีแก้อาการปวดหัวด้วยน้ำกันค่ะ ใครที่กำลังหาวิธีแก้อาการปวดหัวโดยไม่ต้องพึ่งยางั้นลองใช้น้ำเป็นตัวช่วยในการแก้อาการปวดหัวครั้งนี้ดูนะค่ะ
แก้อาการปวดหัว
วิธี แก้อาการปวดหัว
อาการปวดหัวมาก จนไม่สามารถที่จะนอนหลับได้ ลองใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือขวดใส่น้ำร้อน แต่ไม่ควรจะร้อนจนเกินไป ประคบที่บริเวณท้ายทอย แล้วใช้ผ้าเย็นประคบที่หน้าผาก จะช่วยให้อาการทุเลาลงได้ แต่ถ้าเป็น อาการที่เกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบหรือเอ็นอักเสบ ให้ใช้กระเป๋าน้ำแข็งประคบตั้งแต่ต้นคอลงมาถึงหัวไหล่ ในวันแรก เพื่อลดอาการอักเสบและใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบในวันต่อ ๆ มา จะช่วยให้คลายปวดได้
ส่วนอาการปวดหัวซึ่งเกิดจากเลือดลมเดินไม่สะดวกรู้สึกมึน ๆ ให้ใช้ วิธีแช่เท้าในน้ำอุ่น โดยเริ่มจากใช้น้ำอุ่นในปริมาณน้อย ๆ แล้วค่อยเพิ่มให้น้ำร้อนขึ้น ๆ จนกระทั่งรู้สึกอุ่นสบาย แช่ไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง อาการปวดจะบรรเทาลง หรืออีกวิธีก็คือ นอนคว่ำเอาหมอนรองที่หน้าอก จากนั้นเอาน้ำร้อนประคบที่หลังส่วนบน หรือบริเวณกลางหลังตรงกับแนวกระดูกสันหลัง วิธีนี้จะช่วยให้รู้สึกสบาย
รู้อย่างนี้แล้ว ลองเลิกใช้ยาแล้วหันมาใช้ธรรมชาติช่วยกันดีกว่า.
บอกเล่า "ข้อดีของชาเขียว"
"ชาเชียว" อีกหนึ่งเครื่องดื่นสมุนไพรที่หลายๆ คนรู้จัก แต่เดี๋ยวนี้เราจะเห็นชาเขียวในหลายรูปแบบ ทั้งชาเขียวนมสด ชาเขียวไข่มุก ชาเขียวแบบดั่งเดิม และอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งขาเขียวของแท้จะมีรสขมนิดๆ ค่ะ สังเกตุว่าเพราะกลิ่นหอมขอชาเขียวทำให้หลายๆ คนนั้นชอบเครื่องดื่มประเภทนี้ แล้วท่านที่ชอบทานชาเขียวนอกจากจะชอบกลิ่นแล้ว รู้หรือไม่ค่ะว่าชาเขียวที่ทานๆ Ma
Sk
Br
Sc
Ko
Ko
Ad
Wo
Ba
Bo
Br
Da
Le
Wi
Da
Bc
Bc
Ka
Da
Al
Ke
Wi
Ma
So
Tr
Tr
Ro
Al
To
La
Gu
La
Mi
Da
Da
St
Bu
Ma
Pr
Da
Mi
Fr
K
Oa
Oa
Fl
Ga
Ga
Ga
La
Ko
Up
St
L
Sw
St
Se
Ke
Go
Sh
Am
Am
Da
M
Ax
Sh
De
No
We
La
Bc
Mi
Lu
La
Dk ไปเนี้ยมีประโยชน์อะไรบ้าง ถ้าไม่รู้วันนี้ได้รู้แน่นอค่ะเพราะว่าวันนี้เราจะมาบอกเล่า "ข้อดีของชาเขียว" ให้หลายๆ คนได้รู้กันค่ะ จะบอกว่าขึ้นชื่อว่าเป็นสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดการรันตีได้เลยค่ะว่ามีประโยชน์แน่นอน แต่ว่าข้อดีของชาเขียวที่เราจะมาบอกในวันนี้จะมีอะไรบ้าง อยากรู้กันแล้วใช่ไหมหล่ะค่ะ ว่าข้อดีของชาเขียวที่จะมาแนะนำนี้เป็นอย่างไร ถ้าอยางนั้นเราก็อย่ามัวรอช้าเลยค่ะไปดูกันเลยดีกว่าว่าข้อดีของชาเขียวมีอะไรแล้วมีประโยชน์มาแค่ไหน
ข้อดีของชาเขียว
แนะนำ ข้อดีของชาเขียว
คุณรู้มั้ยว่าเป็น เครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยมชื่นชอบดื่มกันมาก รองจากน้ำเปล่า ซึ่งในปัจจุบันน้ำชากำลังได้รับความนิยมบริโภคกันทั่วโลก โดยในบรรดาชาทั้งหลายแล้ว ชาเขียวกำลังเป็นกระแสความนิยมจากผู้คนทั่วโลกเป็นอันดับหนึ่ง ก็เพราะสรรพคุณที่มีอยู่มากมายนั่นแหล่ะ อัตราการบริโภคชาเขียวจึงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งในประเทศตะวันออกและตะวันตก อาจกล่าวได้ว่าชาเขียวเปรียบเสมือน “น้ำอมฤต” ยิ่งกว่านั้นในประเทศแถบตะวันออกเชื่อกันอย่างจริงจังว่า ชาเขียวมีฤทธิ์ในการบำบัดรักษาโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนมีคำกล่าวว่า “ดื่มชาเขียวดีกว่ากินยา”
สรรพคุณของชาเขียว
สดชื่น…แจ่มใส !!! เอาตั้งแต่เริ่มแรกกันเลยนะ ชาช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราสดชื่นสะอาดปลอดโปร่งและน่าอยู่ขึ้น มีงานวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่า ถุงชา (tea bag) ช่วยบำบัดโรค “sick-house syndrome” หรือ “มลภาวะภายในอาคารเป็นพิษ” (Indoor Air Pollution) ซึ่งเป็นอาการป่วยที่มีสาเหตุมาจากการแพ้อากาศภายในอาคารและบ้านที่พักอาศัย เช่น สารเคมีจากสีทาบ้านหรือจากเฟอร์นิเจอร์ต่า ๆ ภายในบ้านเนื่องจากสารฟอร์มัลดีไฮด์ (formal-dehyde) ที่ผสมอยู่ในสารเคมีเพื่อการตกแต่งบ้าน มักจะส่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ อาจเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายเกิดอาการแพ้และมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ จากการทดลองพบว่าใบชาดำหรือชาเขียว ทั้งที่ยังใหม่และที่ใช้แล้ว (ผ่านการชงแล้ว) จะดูดสารนี้ไว้แล้วไม่ปลดปล่อยสารกลับเข้าสู่บรรยากาศหลังจากดูดไว้แล้ว และถ้าทิ้งใบชาไว้ในที่อับหรือปิด เช่น ในตู้เก็บถ้วยชาม ใบชาจะช่วยลดปริมาณของสารฟอร์มัลดีไฮด์ที่มีอยู่ในอากาศอีกด้วย
กำจัดเนื้อร้าย ในชาเขียวมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ ที่จำเป็นต่อการเติบโตหรือการลุกลามของเซลล์มะเร็ง และสามารถทำลายหรือฆ่าเซลล์มะเร็งได้โดยไม่มีผลกระทบกับเซลล์ดีอื่น ๆ ยังมีผลการวิจัยอื่น ๆ อีกพบว่า ชาเขียวอาจจะเป็นอาวุธที่ใช้กำจัดบรรดาเนื้อร้ายต่าง ๆ ให้ราบคาบลงได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งในกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งในหลอดอาหารและมะเร็งในตับ เป็นต้น
มีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งชี้ชัดว่า ญี่ปุ่นซึ่งมีอัตราของผู้สูบบุหรี่สูงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง แต่กลับมีอัตราของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดต่ำสุด เมื่อเปรียบเทียบกับบรรดาประเทศที่พัฒนาอื่น ๆ ทั้งนี้เนื่องมาจากชาวญี่ปุ่นบริโภคชา พร้อมกับอาหารเป็นประจำทุกมื้อมาช้านานแล้ว
เรื่องของหัวใจ??? มีการศึกษาว่า การดื่มชาเขียวช่วยลดอัตราการเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) จากผลการวิจัยอื่น ๆ ยังพบอีกว่า ชาเขียวมีสรรพคุณเทียบเท่ายาแอสไพริน ในการช่วยยับยั้งการแข็งตัวของเลือดที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจวายและหลอดเลือดสมอง นอกจากนั้นแล้วยังมีการวิจัยพบว่าสตรีชาวญี่ปุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไปที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่สูบบุหรี่ แต่บริโภคชาเขียวเป็นประจำประมาณห้าถ้วยต่อวัน มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองลดลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์
น้ำพุแห่งวัยหนุ่มสาว มีการพิสูจน์แล้วว่าสารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียว สามารถช่วยชะลอความชราและคงความเยาว์วัยได้ ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียวไม่เพียงแต่จะมีประสิทธิภาพสูงมากกว่าวิตามินซีถึง 100 เท่า แต่ยังมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอีอีกถึง 25 เท่าในการทำลายอนุมูลอิสระ ต้านโรคไขข้ออักเสบ กล่าวกันว่าชาเขียวช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบรูห์มาติก (rheumatoid arthritis) ที่มักจะเกิดกับสตรีวัยกลางคน อาการของโรคโดยทั่วไปคือมีอาการของการอักเสบบวมแดง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ ลดระดับคอเลสเทอรอล สารแคเทชินในชาเขียว ช่วยทำลายคอเลสเทอรอล และกำจัดปริมาณของคอเรสเทอรอลในลำไส้ แค่นั้นยังไม่พอ ชาเขียวยังช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่พอดีอีกด้วย ควบคุมน้ำหนัก ถ้าคุณกำลังพยายามลดน้ำหนักอยู่ การจิบชาเขียวสามารถช่วยได้ดีทีเดียว จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์พบว่า ชาเขียวช่วยเร่งให้ร่างกายมีการเผาผลาญอาหารและไขมันมากขึ้น
ต่อสู้กลิ่นปากและแบคทีเรีย ป้องกันฟันผุ การดื่มชาเขียวนอกจากจะทำให้ร่างกายอบอุ่นแล้ว ยังช่วยทำให้ลมหายใจสดชื่นและป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย อันที่จริงแล้วพบว่าชาเขียวเป็นตัวช่วยยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ต่อสู้กับเชื้อไวรัสในปากโดยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ผลการทดลองชี้ว่ายาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากอย่างเดียวนั้น ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส ผลการศึกษาสรุปว่า สารพอลิฟีนอลส์ในชาเขียวช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียถึง 30% และลดการผลิตของสารประกอบที่เป็นสาเหตุทำให้ลมหายใจเหม็นบูด
นอกจากนี้ชาเขียวมีสรรพคุณช่วยป้องกันฟันผุ โดยช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ชื่อ Streptococcus mutans ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดหินปูนที่มาเกาะฟัน คนส่วนใหญ่จะดื่มชาเขียวหลังอาหาร เพื่อช่วยให้ลมหายใจและกลิ่นปากสะอาดสดชื่น
ป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี ข้อมูลในวารสารวิทยาภูมิคุ้มกันทางการแพทย์ และโรคภูมิแพ้ฉบับประจำเดือนพฤศจิกายนตีพิมพ์ไว้ว่า Go
J
Va
We
Go
Go
Ha
Ha
Ni
G
Do
Mo
Pr
Re
Cl
So
Pa
We
Al
Pa
Da
L
An
Bo
Bo
Ca
La
Vi
Vi
Tr
Vi
To
Be
St
J
Sn
Pe
Fo
Me
Dk
Ka
Jo
Bo
Be
Su
Gi
Ro
Su
Ka
Bo
Mi
Fr
Da
Me
Do
Ra
Da
Al
To
Sk
Ra
Ki
Pa
Ka
Bo
Ju
Da
Pa
Tu
Co
Kw
Up
Gu
Pa
Po สารแคเทชินในชาเขียวโดยเฉพาะพระเอกตัวเก่ง EGCG มีสรรพคุณป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า ชาเขียวเข้มข้นช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเอชไอวี จับตัวกับเซลล์เม็ดเลือดขาว ชนิดที่มีความสำคัญต่อภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเราที่เรียกว่า “ทีเซลล์” (T cells) ซึ่งเป็นด่านแรกที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีได้ ถ้ามีผลการศึกษาเพิ่มเติมยืนยันผลการวิจัยดังกล่าวนี้ นักวิจัยกล่าวว่าจะนำสารในชาเขียวมาใช้ทดลองในการผลิตยาชนิดใหม่ เพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อเอชไอวี
นอกจากประโยชน์และสรรพคุณมากมายจากการดื่มชาเขียวที่บอกไปแล้วนั้น ชาเขียวยังมีประโยชน์อีกมากมายอาทิ ช่วยห้ามเลือดหรือทำให้เลือดไหลช้าลง บรรเทาอาการผื่นคันและแมลงสัตว์กัดต่อย น้ำมันจากต้นชาที่ผสมในแชมพูและครีมบำรุงผิวช่วยบำรุงผิว และทำให้เส้นผมเป็นประกายเงางาม นอกจากนี้นักวิจัยยังกำลังศึกษาเพิ่มเติมว่าชาเขียวอาจจะช่วยป้องกันผิว จากอันตรายของแสงแดดไ
No comments:
Post a Comment