Tuesday, July 14, 2015

ระวังภัย! คนขับแท็กซี่โจร...วางยาผู้โดยสารผ่านช่องแอร์

ในยุคข้าวยากหมากแพงกลายเป็นปัญหาสังคม ทำให้มีโจรผู้ร้ายเกลื่อนเมือง...ทั้งๆ ที่บางคนก็ดูหน้าตาซื่อทำมาหากิน แต่สุดท้ายแล้วแฝงมาในคราบโจรก็มีเยอะ อย่างคนขับแท็กซี่บางคนที่แอบแฝงเข้ามาเป็นผู้บริการ แต่เบื้องลึกแล้วเป็นพวกแก๊งมิจฉาชีพ ก็มีให้เห็นอยู่ประจำ

"ทีมข่าวอาชญากรรม" จึงนำเรื่องราวการเตือนภัยมาตีแผ่ หลังจากได้รับเรื่องราวของเหยื่อผู้หญิงรายหนึ่ง ระบายความเป็นจริงผ่านมาทาง "โลกออนไลน์" เกี่ยวกับเรื่อง "แท็กซี่โจร" เพื่อเป็นการย้ำเตือนประชาชน เพื่อมิให้พี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อ สูญเสียเงินทองทรัพย์สิน รวมทั้งร่างกาย

เรื่องราวเกิดขึ้นอย่างไร? คงต้องย้อนกลับไปดู เมื่อวันที่ 30 ต.ค.56 ที่ผ่านมา ได้มีกระแสเตือนภัยสังคมในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่ถือเป็นอันตรายอย่างมากจากการโดยสารรถแท็กซี่สาธารณะ โดยข้อความไลน์ดังกล่าวระบุว่า... "เพื่อนเป็นหมอที่เชียงใหม่ line. มาฝากเพื่อนๆ ผู้หญิง และ รมว.ชัชชาติ ด้วยว่า เมื่อช่วงบ่ายโมง วันที่ 25 ต.ค.56 หลานสาวผมโดนมอมยาในรถแท็กซี่ ซึ่งพฤติกรรมของคนขับแท็กซี่รายนี้ มันเปิดแอร์มาที่นั่งด้านหลัง จนเริ่มมึน แต่พอมีสติได้ยินมันโทรศัพท์พูดว่า "ขึ้นรถมาละ" จึงเอามือปิดจมูก มันก็เปิดเพิ่มลมแอร์ให้แรงขึ้น หลานผมรู้ตัวว่าจะไม่ไหวแล้ว

ขณะนั้นรถวิ่งบนทางด่วนเร็วมาก ทางหลานสาวจึงตัดสินใจเปิดประตูรถออกไป สุดท้ายมันเลยต้องจอด หลานสาวจึงรีบวิ่งหนีลงมา แต่มันยังวิ่งตามเพราะคิดว่าคงสลบ แต่โชคดีหลานสาวผมได้โบกรถที่ตามมาขอความช่วยเหลือได้ แท็กซี่คันดังกล่าวมันจอดรออยู่อย่างนั้นไม่ยอมไป จนหลานสาวผมต้องตัดสินใจเสี่ยงขึ้นรถที่โบกไป เมื่อไปถึงบ้านมีอาการแขนขาชา ผมจึงให้หลานสาวผมดื่มน้ำมากๆ เพื่อขับพิษยาออกจากร่างกาย จึงขอเตือนคนที่มีลูกสาวอยู่ใน กทม. ด้วยทะเบียนรถแท็กซี่ คันดังกล่าว. ทล 46...? กรุงเทพมหานคร

อยากให้ตำรวจจัดการคนขับแท็กซี่คันนี้จังเลย จะได้ไม่เป็นภัยต่อคนอื่นอีก! นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นฝนเมืองกรุง...!! ผ่านมาทางโลกออนไลน์

หากย้อนกลับไปดูที่ผ่านมา...พฤติกรรมคนขับแท็กซี่โจร ที่มอมยาผู้โดยสาร เหยื่อนำมาเตือนภัย ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก...ที่ผ่านมามี "ประชาชน" เคยมีประสบการณ์เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ "ทีมข่าวอาชญากรรม" เพื่อนำไปตีแผ่ให้สังคมรับรู้ โดยรายแรกเปิดเผย จากประสบการณ์ที่ได้เจอมากับตัวเองในการใช้บริการรถ Taxi (เขียวเหลือง) ค่ะ หลังจากที่กลับจากทำธุระแถวๆ ถนนศรีนครินทร์ และได้มาขึ้นรถ Taxi จากหน้าปากซอยสุเหร่า (ปากน้ำ) ทะเบียน มข-12 กทม. ขณะนั้นเวลาประมาณ 3 ทุ่ม พอขึ้นไปนั่งคนขับเขาปรับกระจกก่อนเลย และปรับแอร์ให้ตรงมาที่เรา แต่ตัวเขาจะนั่งให้ชิดติดพวงมาลัยเลย

ซึ่งตัวเองเป็นคนที่ชอบอ่านเมล จากคนที่เคยเจอประสบเหตุการณ์จากรถ Taxi ก็ทำให้สังเกตพฤติกรรมของคนขับมาตลอดและเราก็พยายามชวนเขาคุย แต่ก็คุยตอบกลับมาน้อยมาก พอนั่งไปซักประมาณ 10 นาที ก็เริ่มหายใจไม่ค่อยออก และระหว่างทางเราก็โทร.บอกที่บ้านว่าเราอยู่บนรถ Taxi ใกล้จะถึงแล้ว เขาจึงคอยมองกระจกตลอดเวลา หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มลืมตาไม่ขึ้น

ณ ตอนนั้นเลยคิดว่าต้องใช่แน่ๆ เลย เราเจอกับตัวเองแล้ว ก็บอกให้เขาจอดรถเลย และเราก็เปิดประตูรถออกไปเลย ซึ่งเขาขับช้ามาก (คงจะรอให้ยาออกฤทธิ์ก่อน) แล้วค่อยๆ จอด พร้อมถามเราย้ำว่าจะลงตรงนี้เลยเหรอฝนยังไม่หยุดตกเลย เราก็ยืนยันว่าเราจะลงตรงนี้ แล้วคนขับก็ค่อยๆ ชะลอจอดรถ เราก็จ่ายตังค์ค่าโดยสารให้ไปด้วยนะ แต่พอเดินลงมาได้ 2-3 ก้าว ก็เป็นลมหมดสติเลย คนที่อยู่บริเวณนั้นเขาก็มาช่วยปฐมพยาบาลกันจึงรอดจากการเป็นเหยื่อ

ส่วนรายที่ 2 คือ นายภาณุ อายุ 34 ปี อาชีพกราฟฟิกดีไซน์ ผู้มีประสบการณ์ตรงจากเหตุการณ์ถูกแท็กซี่รมยาสลบเปิดเผยว่า ตนเคยถูกแท็กซี่ก่อเหตุทำนองนี้มาถึง 2 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา ขณะเดินทางกลับจากต่างจังหวัด   La Te Bo Bo Po Bo Ec Mo Mo Ca Ch Mi Bc Le Do He Tu Te Ja Ba Bo Al Ca Mi Ni Pa Pa He Hi Vi Il Ra Ha To Ba St El Ja Mo Sa Fu An Or Ma Vo Ka Fu To No Ca An Br Ol Mz Mo Vi Mo To To Co Lo To Ma Ma Vi Ba Al Te Po Ha So La To Pa Sk Sk Ij   โดยมีกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ 1 ใบ และกระเป๋าโน้ตบุ๊คอีก 1 ใบ ได้นั่งแท็กซี่สีเขียวเหลืองไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จากบริเวณบางคูวัด จ.ปทุมธานี เพื่อจะกลับที่พักย่านถนนรัชดาภิเษก ช่วงเวลาประมาณ 3-4 ทุ่ม

โดยโชเฟอร์แท็กซี่มีลักษณะผิวดำแดง รูปร่างสันทัด อายุประมาณ 30 ปี ได้ชวนคุยอย่างเป็นกันเอง จากนั้นโชเฟอร์คนดังกล่าวได้บอกว่าขอขึ้นทางด่วน ตนก็ยินยอมเนื่องจากเห็นว่าระยะทางไกลขึ้นทางด่วนน่าจะสะดวกกว่า เมื่อถึงด่านชำระเงินก็หยิบเงินชำระค่าทางด่วนให้ เมื่อคนขับรถแท็กซี่ออกจากด่านทางด่วนไปได้ไม่นาน ก็จะเปิดกระจกข้างคนขับแง้มออก เพื่อทิ้งสิ่งของบางอย่างออกนอกรถ จากนั้นได้ปรับแอร์เข้ามาที่หน้าพร้อมกับเร่งแอร์มาที่เบาะด้านหลังตรงที่นั่งอยู่ พอไม่นานก็รู้สึกเวียนศีรษะเหมือนหน้ามืด หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที คล้ายๆ คนจะเป็นลมมือไม้อ่อนไปหมด

แต่ตนยังตั้งสติ อีกทั้งเป็นคนที่รูปร่างใหญ่และออกกำลังกายเป็นประจำ จึงรีบเปิดหน้าต่างออกเพื่อรับลมจากภายนอก พร้อมกับสูดหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดให้มากที่สุด พร้อมกับบอกให้จอด แต่มันไม่ยอมจอด เมื่อเห็นท่าไม่ดีและกำลังจะหมดแรงในไม่ช้า ตนจึงได้ชูมือพร้อมชะโงกหัวออกไปนอกรถพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งรถข้างๆ ก็ตกใจ มันเห็นท่าไม่ดีจึงจอดรถให้ลงบนทางด่วน ช่วงบริเวณทางลงถนนงามวงศ์วาน ตนจึงต่อว่าไป "ผมรู้นะว่าพี่ทำอะไรผม พร้อมโยนเงินค่าโดยสารให้ไป 100 บาท" พร้อมกับรีบหยิบสัมภาระลงจากรถทันที ส่วนแท็กซี่คันดังกล่าวรีบขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็วโดยมีท่าทีไม่พอใจเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นจึงได้โทรศัพท์เรียกให้เพื่อนมารับ จึงรอดจากการตกเป็นเหยื่อโจรในคราบแท็กซี่

ขณะที่ ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยพฤติกรรม แท็กซี่ที่มอมยาผู้โดยสาร เพื่อชิงทรัพย์และกระทำมิดีมิร้าย โดยคนขับจะทำทีเป็นเปิดวิทยุหรือเปิดพัดลมแอร์ เพื่อพัดให้สารเคมีไปทางผู้โดยสาร ขณะที่ตัวเองลดหน้าต่างลงเล็กน้อย เมื่อเหยื่อมีอาการใจเต้นแรง มึนงงและสับสน ว่า กรณีนี้สารที่ใช้คาดว่าเป็นสารอีเทอร์และสารคลอโรฟอร์ม ซึ่งเป็นตัวทำละลายที่ใช้ในห้องแล็บ เพื่อสกัดหาสารหรือส่วนประกอบต่างๆ เช่น ยา เป็นต้น

โดยสารเคมีตัวนี้จะอยู่ในรูปของน้ำใสๆ มีกลิ่นฉุน หากดมนานๆ จะทำให้เกิดอาการสลบได้ แต่จะใช้ระยะเวลาในการสูดดมค่อนข้างนาน ซึ่งสารตัวนี้ทางการแพทย์ไม่นิยมใช้แล้ว เนื่องจากเป็นอันตรายสูง และควบคุมปริมาณการใช้ได้ยาก

นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับ "ผู้โดยสาร" ที่ตกเป็นเหยื่อ แต่ที่ผ่านมา "ตำรวจ" ยังไม่สามารถจับกุมพวกแก๊งนรกกลุ่มนี้ได้ ดังนั้นทางที่ดี เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะผู้หญิงไปไหนมาไหนต้องมีเพื่อนร่วมเดินทาง หากเจออาการมึนงงรีบลงกลางทาง หรือเข้าสถานีตำรวจใกล้เคียง เพื่อความปลอดภัย...เพราะเดี๋ยวนี้เราต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลพวกโจรผู้ร้าย จะหาช่องทางทุกรูปแบบมาก่อเหตุ ถ้าหากเรา รู้ไม่ทันก็ตกเป็นเหยื่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

5 อาหารบำรุง "ตับ"

เพื่อตัดตอนความป่วย


การดื่มเหล้าอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เป็นโรคตับแข็ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนทั่วไปจะไม่เสี่ยงภาวะตับอักเสบ พฤติกรรมการอุปโภคบริโภค รวมทั้งการมีสารเจือปนในอากาศและอาหารมากมายในทุกวันนี้ ได้ทำให้คนส่วนใหญ่กำลังสะสมสารพิษในตับมากมายโดยไม่รู้ตัว

โรคตับนับเป็นโรคติดอันดับต้น ๆ ที่มีคนป่วยมากขึ้น สาเหตุสำคัญอีกอย่าง ที่บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือ การทานยาต่าง ๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นตับพิการถึง 40% เพราะตับต้องย่อยสลายสารเคมี และนี่คือ 5 อาหารตัดตอนความป่วย ที่ช่วยเคลียร์การสะสมโรคภัยในตับที่มีผลต่อการเจ็บง่าย หายยากของโรคสุขภาพนานาชนิด ที่คุณควรอ่านและควรทำ


ซุปรวมเห็ดล้างไขมันในตับ เห็ดช่วยล้างสารพิษ ลดไขมันที่สะสมอยู่ในตับและกระแสเลือด ต่อต้านการก่อตัวของมะเร็ง ลดอนุมูลอิสระ การเกิดซีสต์ ถุงน้ำ เนื้องอก ช่วยสลายเยื่อพังผืดในช่องท้อง อุ้งเชิงกราน มดลูก ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว

การกินเพื่อล้างพิษตับ ควรกินตั้งแต่สามชนิดร่วมกัน โดยนำมาแช่น้ำให้นิ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วต้มกับมะตูมแห้ง ใบเตย หรืออาจนำไปต้มกับสาหร่ายทะเล ทานแทนซุปร่วมกับอาหารในแต่ละมื้อ

ขมิ้นชันขับพิษสะสมในตับ ขมิ้นชันจะช่วยบำรุง ฟื้นฟู และล้างสารพิษออกจากตับได้ วิธีที่ง่ายที่สุด คือการกินในลักษณะแคปซูลบรรจุผงสกัด ในเวลาก่อนนอน ปริมาณ 5,000-8,000 มิลลิกรัมต่อวัน

เก๋ากี้ปกป้องตับยกระดับความแข็งแรง เก๋ากี้ มีเบต้าแคโรทีน กรดกำมะถัน เอมีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินอี และวิตามินบี 2 ซึ่งมีส่วนในการเสริมภูมิต้านทานโรค เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด ป้องกันไขมันพอกตับ ช่วยให้ตับทำงานดีขึ้น วิธีการทานก็ง่ายแสนง่าย เพียงชงเก๋ากี๋แบบชาแล้วดื่มแทนน้ำทั้งวัน หรืออาจทำเป็นโจ๊ก หรือน้ำแกงได้ อย่างตุ๋นกระดูกซี่โครงหมู ต้มฟัก

กะหล่ำปลีต่อต้านมะเร็งในตับ  กะหล่ำปลีช่วยเพิ่มสารกลูตาไทโอน ที่ล้างพิษจากควันไอเสียและยา ซึ่งทำให้ตับพิการได้ และยังมีสารอินโดลฟลาโวนอยด์ คาร์บินอล ซัลฟาราเฟน กลูโคซิโนเลต เบต้าแคโรทีน กรดโฟลิก ช่วยต้านการก่อตัวของมะเร็ง   Fi Mr Zo Le Ps Tu De Ho So Sp Ke Br Ma To Am La Cr Ma He Br Mi Hi G Bu Ar Sa Lu Di Ca Ar Wa Ki Ac An Sh Fo Ba To Ma Ib Pa Lo Bl Bl Mi Di Fe Ma L Gi Bi To Tr Mi To Ba Ke Sa Ei To Ax Za La Vi Th Ur Ke Ro Co Ra Ca Tu Ke    บำรุงไต ชะล้างสารพิษ ทำความสะอาดลำไส้ บรรเทาอาการอักเสบจากแผลในสำไส้ บรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้ท้องผูก เจ็บคอ จุกเสียดแน่นท้อง นำมาผสมเป็นค็อกเทลสุขภาพโดยการคั้นสับปะรด แครอท กะหล่ำปลีเข้าด้วยกันบีบมะนาวเพิ่มลงไปแล้วดื่มทันที

มะขามป้อมแอนตี้ไวรัสตับ มะขามป้อมอุดมไปด้วยวิตามินซีมากกว่าแอปเปิ้ลถึง 160 เท่า และแม้จะถูกทำให้แห้งหรือแช่เย็นเป็นเวลานาน ๆ เท่าใด วิตามินซีก็จะยังคงอยู่ เพราะมะขามป้อมมีสารแทนนิน และโพลีฟีนอลที่ช่วยป้องกันการออกซิไดซ์ของวิตามินซี ซึ่งมะขามป้อมจะช่วยรักษาอาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ป้องกันการเกิดพิษโลหะหนัก ต่อตับ และยับยั้งการเกิดมะเร็งตับได้ การทานมะขามป้อมนั้นก็ง่ายเช่นกัน โดยนำมาคั้นดื่มเหมือนน้ำผลไม้ทั่วไป

No comments:

Post a Comment