'สะเก็ดเงิน' ไม่ใช่โรคภูมิแพ้ ไม่ใช่โรคติดต่อ แม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการของโรคให้สงบลงได้
เริ่มต้นเพียงจุดแดงๆ คล้ายยุงกัดที่หน้าอก 5-6 จุด ผ่านไปราว 2 สัปดาห์ก็กระจายทั่วร่างทั้งแผ่นหลัง เข่า ข้อศอกและหนังศีรษะ พร้อมด้วยอาการคัน ส่วนจุดแดงก็มีขุยหรือสะเก็ดขาวติดอยู่ บางส่วนอย่างที่ข้อมือก็ขยายตัวเป็นปื้น ต่อมาได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นอาการของโรคสะเก็ดเงิน
ศ.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง สาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า อาการของโรคใกล้เคียงกับอาการผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อ ทำให้บางครั้งการวินิจฉัยของแพทย์อาจทำได้ยาก หรือใช้เวลานานกว่าจะรู้ว่าเป็นโรคอะไรกันแน่
ความต่างระหว่างสะเก็ดเงินกับผิวหนังอักเสบอยู่ตรงที่ จุดที่เกิดอาการและความหนาของผื่น โดยรอยผื่นแดงของสะเก็ดเงินจะเป็นปื้นหนา รวมถึงพบได้ทั่วไป เช่น ข้อพับ ขาหนีบ เข่า ข้อศอก มือทั้งฝ่ามือและหลังมือ หนังศีรษะ แผ่นหลัง ขณะที่ผิวหนังอักเสบจะเกิดเฉพาะบริเวณที่มีการสัมผัสกับสิ่งที่แพ้เท่านั้น หรือเมื่อไม่ได้รับสิ่งกระตุ้นก็จะไม่เกิดอาการ
โรคผิวหนังชนิดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น ในปัจจุบันเองก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางพันธุกรรม หรือการติดเชื้อบางอย่างที่ไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ ทำให้มีผื่นผิวหนังหนา ลอกเป็นสะเก็ด และมีขุยเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้เทียบต่อประชากร 100 คน จะพบถึง 2 คน หรือรวมๆ แล้วมีอยู่ประมาณ 1 ล้านคน
"คนไข้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลทั่วไปได้เป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็น Ho
Ti
Fl
La
Ju
Wa
Re
Ap
Se
Ma
Pr
Mo
Po
Et
Di
Be
Gu
Ch
Rv
Mo
Cu
Pa
Br
Da
Ma
Vi
Br
Ga
Ga
Vo
Ve
Ga
To
Vi
To
Oa
To
Va
El
Ga
Ga
Ra
Va
St
Bi
Re
Fo
L
Br
Sk
Fe
Th
Ax
Jo
Mi
Cr
Sa
To
L
Ch
An
Go
Go
Ga
Ga
Ga
Ga
Ga
Pe
Fo
Ni
To
Fo
Ka
Er
Ec
Mi
ว่ายน้ำสระเดียวกัน กินอาหารร่วมโต๊ะ ใช้สิ่งของร่วมกัน ก็ไม่ทำให้ติดต่อถึงกัน แต่ส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองเป็นโรคน่ารังเกียจและไม่อยากเข้าสังคม ความคิดแบบนี้ไม่ถูกต้อง" คุณหมอกล่าวย้ำ
ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ แม้การรักษาจะไม่หายขาด 100% แต่อย่างน้อยก็สามารถควบคุมอาการคันและการกระจายตัวของผื่นด้วยยากิน ยาทา ยาฉีด หรือการฉายแสงแดดเทียม เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่กับโรคได้อย่างคนปกติ
นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะต้องปรับวิถีชีวิตและอาหารการกิน โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีผลต่อโรค เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื้อสัตว์สีแดงเพราะมีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการคันหรือผื่นขึ้นได้ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องได้รับสารอาหารพิเศษ เนื่องจากกระบวนการเกิดโรคนี้ไม่ได้มีความ สัมพันธ์กับสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ในกรณีที่ผู้ป่วยค่อนข้างอ้วนอาจจะต้อง พิจารณาควบคุม น้ำหนักเนื่องจากจะทำให้เกิดความยากลำบากในการดูแลรักษาผื่นที่เกิดตามรอยพับต่างๆ ของผิวหนัง
คุณหมอแนะนำให้เน้นการบริโภคผักหลากสี เนื้อปลา รวมถึงทำความเข้าใจและยอมรับด้วยว่า การเลือกกินอาหารดังกล่าว ไม่ได้ทำให้โรคหายแต่ทำให้อาการลดลง และมีชีวิตอยู่กับโรคได้มีความสุข
ส่วนปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด การอดนอนและอากาศหนาวหรือแห้งไป ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้โรคสะเก็ดเงินแสดงอาการ หากปรับพฤติกรรมให้นอนเร็วขึ้นเพื่อให้ร่างกายพักผ่อนเพียงพอ ปล่อยวางปัญหาทางจิตใจจากความเครียดลงได้ รวมถึงดูแลสุขภาพออกกำลังกายสม่ำเสมอ เมื่อนั้นอาการก็จะทุเลาลงโดยไม่ต้องพึ่งยาได้เช่นกัน
แม้สะเก็ดเงินรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่เมื่อควบคุมปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคให้ได้ ในบางคนอาจไม่เกิดอาการคันหรือผื่นไปนานเป็น 10-20 ปี หรือตลอดชีวิตเลยก็ได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับยีนในร่างกายของแต่ละคนว่าจะดื้อต่อการควบคุมมากหรือน้อยนั่นเอง
ออกกำลังกายพิชิตโรค
"ออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ" เป็นคำพูดที่มีมานานซึ่งทุกคนต่างทราบดีถึงข้อดีของการออกกำลังกาย แต่กลับเป็นที่น่าตกใจว่าสถิติของการไม่ออกกำลังกายกลับพุ่งสูงขึ้น ทำให้โรคร้ายต่างๆ คุกคามคนไทยเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน
วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล จึงร่วมมือกับเครือข่ายเปิดตัวโครงการ "เอ็กเซอร์ไซส์ อีส เมดิซีน" เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เมื่อเร็วๆ นี้
ศ.นพ.อรรถ นานา คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในปี 2554 จากวิถีชีวิตที่เร่งรีบแข่งขัน สิ่งอำนวยต่อความสะดวกในการใช้ชีวิตมีมากขึ้น การขาดความตระหนักในการดูแลตนเอง ส่งผลให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายลดลง การเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสม ในจำนวนคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มีผู้ที่ออกกำลังกายเกินกว่า 30 นาที (ซึ่ง ACSM ถือเป็นระดับต่ำที่สุดในการดูแลสุขภาพ) เพียง 46 เปอร์เซ็นต์และที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือวัยเด็กและวัยสูงอายุมีการออกกำลังกายเพียง 20 เปอร์เซ็นต์และ 8 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ การมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอก็นำมาสู่ปัญหาด้าน
สุขภาพต่างๆ ดังนั้น จึงต้องผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวใให้หมดไป โดยเริ่มจากรณรงค์ให้บุคลากรทางการแพทย์นำวิธีการ "การสั่งการออกกำลังกาย" หรือ Exercise Prescription ไปปฏิบัติกับคนไข้อย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้คนไข้แต่ละคนทราบว่าการออกกำลังกายแบบใดที่เหมาะกับตัวเองหรือการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
"โครงการนี้ประสบความสำเร็จมาแล้วใน 31 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย บราซิล และสิงคโปร์ โดยในประเทศไทยนั้นกำลังจะจัดให้มีการประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการต่อเนื่อง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจKa
Fo
Ma
Wo
L
Pa
Mi
Mi
Na
Ar
Ro
Ro
Br
To
Tr
Lo
Mi
El
To
Bu
Sc
Ho
Or
Mc
Gi
Ar
Po
Pr
Te
Hu
Ni
Pa
Ro
Hu
Ra
Mi
Ac
Na
Da
Fe
Re
Ki
Ki
Ip
Al
Da
Re
Do
Ka
Be
Me
Sc
Va
Ke
So
No
Na
Di
Ar
Rv
Bo
Bo
Na
Ic
Jo
Ca
Jo
No
Ca
An
Bo
To
Wi และเพิ่มทักษะในระดับที่สามารถกำหนดการออกกำลังกายให้คนไข้และประชาชนทั่วไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนคนไทยทราบวิธีออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเอง อันนำไปสู่การมีสุขภาพดีและคุณภาพ ชีวิตที่ดีต่อไป และเป้าหมาย 2 ปีแรกคือ การอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่บุคคลากรทางการแพทย์ 600 คน ภายใน 2 ปี" ศ.นพ. อรรถ กล่าว
ด้านเซเลบริตี้คนดังที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย "หนิง" ศรัยฉัตร กุญชรฯ จีระแพทย์ กล่าวว่า ปกติโรคไมเกรนจะรบกวนอยู่ตลอด ยิ่งช่วงที่น้อง เบลล่ายังเด็กแทบไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทั้งงานทั้งเลี้ยงลูก จนบอกกับตัวเองว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ เลยหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังด้วยการออกกำลังกายแบบผสมผสานที่เหมาะสมกับตัวเอง คือ โปรแกรมออกกำลังกายที่บ้านด้วยวิดีโอออกกำลังกายต่างๆ เมื่อทำเป็นประจำทำให้พบว่าโรคไมเกรนไม่มารบกวนอีกเลยตั้งแต่บัดนั้น แถมรูปร่างก็ฟิตขึ้น นี่แหละการออกกำลังคือ ยาวิเศษของจริง
No comments:
Post a Comment